วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Expand ใหญ่กว่า iPhone เล็กกว่า iPad?

Expand ใหญ่กว่า iPhone เล็กกว่า iPad?

วันหยุดอย่างนี้ กองบรรณาธิการเว็บไซต์ arip มีแก็ดเจ็ต (Gadget) มาฝากอีกเช่นเคย ขณะที่หลายคนกำลังติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับปัญหาของ iPhone 4 ในจีนมีไอโฟนโคลนโผล่อีกแล้วชื่อว่า Expand ซึ่งก็สมกับชื่อของมันจริงๆ เพราะมันไม่ใช่แค่มีหน้าตาคล้ายไอโฟนเท่านั้น แต่มีขนาดใหญ่กว่า และดูวิ๊งกว่าเล็กน้อย

Expand ไอโฟนเลียนแบบทีมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล ทำงานด้วยซีพียู VIA C7-M 1.2GHz หน่วยความจำ 1GB และ SSD 16GB สนับสนุนการเชื่อมต่อทัง 3G EVDO และ Wi-Fi มันมีกล้องด้านหน้าอีกด้วย ดูสเป็กจะพร้อมสรรพที่ไอโฟน และไอแพดทำได้ เว้นเสียแต่มันไม่ได้ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ iOS แต่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows XP (ไม่ใช่ Windows 7)

แบตเตอรี่ของ Expand สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องได้นาน 3 ชม. และสแตนด์บายในกรณีใช้เป็นโทรศัพท์ได้ 24 ชม. สำหรับผู้สนใจ Expand มีวางจำหน่ายในแถบเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน สนนราคาของมัน 2500 หยวน (ประมาณ 12,000 บาท) หรือถ้าหากต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ Gongchang

ข้อมูล จาก: Cloned in China
[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]


http://www.iguru.in.th เว็บ กูรู guru สารานุกรม ความรู้ บทความ หาเพื่อน แชท เกม แฟชั่น บันเทิง

iPhone 4” MBK มีขายแล้วจริงหรือ ?

iPhone 4” MBK มีขายแล้วจริงหรือ ?

เป็นผู้หญิงนี่ก็ดีเหมือนกัน

เป็นผู้หญิงนี่ก็ดีเหมือนกัน

ชีวิต ผู้หญิงไม่ได้น่าลำบากอย่างที่บ่นกันเท่าไหร่หรอก เพราะความใสๆ ในตัวทำให้ใครเห็นก็อกใจอ่อนไมได้ เลยทำให้นอกจากวิกฤตในที่ทำงานได้ตั้งหลายครั้ง เปลี่ยนความน่ารักของผู้หญิงให้เป็นประโยชน์ต่องานของเรา แค่รู้จักใช้ข้อดีให้งานพุ่งปรี๊ดได้ไม่ยาก

สาวๆ ตกงานน้อยกว่าผู้ชาย
ตามสถิติจากหน่วยงาน Bureau of Labor Statistics ว่าเกือบ 80% ของพนักงานที่เจอพิษเศรษฐกิจตั้งแต่ธันวาคม 2007 ถึง มิถุนายน 2008 จนต้องโดนให้ออกเป็นผู้ชาย อาจเป็นเพราะว่าส่วนใหญ่ผู้ชายเข้าไปทำงานในวงการที่เศรษฐกิจซบเซาหนักที่ สุด อย่างการก่อสร้าง อุตสาหกรรมและด้านการเงิน เมื่อเทียบกับผู้หญิงซึ่งจะทำด้านสุขภาพ การศึกษา และงานราชการที่มั่นคง และกำลังเติบโตได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

สาวๆ เป็นหัวหน้าทีม แบบนุ่มลึก
ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการบอกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็น หัวหน้าที่ดีมากกว่า เพราะนอกจากจะเป็นหัวหน้าสั่งงานแล้วยังเป็นนักฟังที่ดี คอยให้คำแนะนำเป็นนักแก้ปัญหาและเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ เก่งกว่าผู้ชาย อย่างธุรกิจที่เน้นการบริการ หัวหน้าต้องให้ลูกน้องตื่นตัวอยู่ตลอด ผู้หญิงจะเข้าถึงจิตใจพนักงานและรู้วิธีพูดสร้างกำลังใจในแผนกได้ดีกว่าด้วย

สาวๆ ใช้ใจมาก่อน
ผู้ชายมอง ทุกอย่างเป็นขาวและดำตอนตัดสินใจ แต่ผู้หญิงจะใช้ความรู้สึกหรือเซนส์เพิ่มเข้าไปอีก เรียกว่าให้หัวใจเป็นเข็มทิศนำทางมากกว่าสมอง ความอ่อนโยนถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงอย่างเราอยู่แล้ว ก่อนตัดสินใจอะไรเลยต้องคิดให้ดีทุกครั้ง
สาวๆ ไม่มีขาดเรื่องคุย
เจ้านายผู้หญิงสามารถผสม บุคลิกในแบบผู้ชาย เช่นตัดสินใจโชะๆ ภายใต้ความกดดันได้สบาย โดยใช้จุดเด่นของผู้หญิง อย่างทักษะการพูดที่ฟังดูอ่อนหวานแต่ก็มีความน่าเกรงขามซ่อนอยู่ในบทสนทนา ไม่แปลกเลยที่พอหัวหน้าผู้หญิงพูดเสียงเนิบๆ เร่งงานทำเอาลูกน้องขนหัวลุกซู่กันเกรียว

เก่งๆ อย่างฉัน คนรู้จักกันทั่วโลก
อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์มาก เพราะทำให้โลกนี้รู้จักกันมากขึ้น ยิ่งยุคนี้ที่เว็บไซต์แนว Networking หรือสามารถกดหาคนๆ หนึ่งได้ไม่ยาก แค่ใส่ชื่อเข้าไปค้นหา อย่างที่เมืองนอกหนุ่มสาวทำงานจะรู้จักกันดีสำหรับเว็บไซต์นี้ www.linkedin.com สมัครเข้าไปแล้วเราก็อัพโหลดใบสมัครออนไลน์ หางานตามสายอาชีพหรือจะรับจดหมายรับรองจากหัวหน้างานเดิม (ถ้าเขาใช้งานเหมือนเดิม) ซึ่งเว็บนี้จะเชื่อมโยงข้อมูลให้เหมือนกับเว็บไซต์เครือข่ายทั่วไป แต่เว็บนี้เน้นให้เข้ามาดูประวัติงานโดยเฉพาะ ส่วน facebook จะเป็นสังคมเพื่อเฮฮา เอาเป็นว่านอกจากสมัครงานปกติ ลองใช้วิธีนี้เปิดโอกาสให้คนอื่นอีก 50 ล้านคนเข้ามาดู เขาอาจสนใจในตัวคุณก็ได้

หนี งานยากไม่พ้น พุ่งชนเลยดีกว่า
ไทเลอร์ โคเวน ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอร์จ เมสัน บอกว่า คนชอบยื้อเวลา ทิ้งงานยากและกดดันไว้ทำทีหลังสุดของวัน เลยต้องเผางานในเวลาเร่งรีบน้อยนิด สุดท้ายก็เสร็จไม่ทันทุกที รู้อย่างนี้แล้วรีบจัดการงานที่สำคัญมากที่สุดเป็นอย่างแรกในตอนเช้า ส่งงานได้หน้ากับหัวหน้าแล้วยังนั่งทำงานแบบสบายใจ ลั้นลาไปทั้งวัน

ที่ มา : นิตยสาร CLEO




http://www.iguru.in.th เว็บ กูรู guru สารานุกรม ความรู้ บทความ หาเพื่อน แชท เกม แฟชั่น บันเทิง

มนุษย์ทำนายว่าโลกแตกมากี่ครั้งแล้ว ?

มนุษย์ทำนายว่าโลกแตกมากี่ครั้งแล้ว ?

พอดูๆไป แอบสงสัยว่า โลกมันจะแตก เพราะคนมันแช่งนี่แหละ

ค.ศ.33-150 ชาวคริสต์ยุคแรกกลุ้มใจว่าโลกจะแตกสลาย

ค.ศ.992-1000 พระชาวยุโรปคิดว่า โลกจะวินาศในปี ค.ศ.1000 ผู้คนจึงหวาดกลัวกันใหญ่

ค.ศ.1001 ปรากฏว่าโลกยังไม่แตก พระชาวฝรั่งเศสจึงบอกว่า ภัยพิบัติจะเลื่อนไปเกิดปี ค.ศ.1033

ค.ศ.1033 โลกยังหมุนต่อไป

ค.ศ.1186 (พ.ศ.1729)เกิดดาวเคราะห์เรียงตัวกัน ชาวยุโรปนึกว่าโลกจะล่มสลาย

ค.ศ.1346-1418 (พ.ศ.1889-1961) เกิดโรคกาฬโรคขึ้น ประชากร 1 ใน 3ของยุโรปตาย และคร่าชีวิตประชากรครึ่งประเทศในอังกฤษแต่มนุษย์โลกก็เพิ่มจํานวนกลับคืนมา ตามเดิม

ค.ศ.1501 (พ.ศ.2044)คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบรหัสไบเบิ้ล เรียกมันว่า”ไบเบิ้ลโค้ด”ได้ผลทํานายออกมาว่า โลกจะแตกใน ปีค.ศ.1656 (พ.ศ.2199)

ค.ศ.1656 (พ.ศ.2199) คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ทํานายผิด

ค.ศ. 1844 วิลเลียม มิลเลอร์ บอกสาวก50,000 คนว่า โลกจะพินาศในปีนี้แล้ว แต่ก็ผิดหวัง

ค.ศ.1848 วิลเลียมบอกว่า มันจะเลื่อนมาเกิดปีนี้ต่างหาก .. แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น วิลเลียมจึงบอกว่า มันเลื่อนไปเกิดปีหน้า

ค.ศ.1849 วิลเลียมไม่ได้รับความเชื่อถืออีกต่อไป

ค.ศ.1910 ดาวหางฮัลเล่ห์ปรากฏ ผู้คนต่างหวาดกลัวว่าจะเกิดวันสิ้นโลก

ค.ศ.1925 แม่ชี โรเบิร์ต ไรท์บอกว่า พระเจ้ามาบอกว่า โลกจะพินาศในปีนี้เผอิญปีนั้น เกิดโรคระบาด แผ่นดินไหวถี่ผิดปกติ ภาวะบ้านเมืองอึมครึมคนเลยเชื่อใหญ่ บางคนร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร บางคนขายบ้าน ขายที่นาพอถึงวันที่แม่ชีว่าจะเกิด แม่ชีไรท์พาลูกศิษย์หลบเข้าป่าจําศีลภาวนาแต่แล้วก็ผิดพลาดอีก..

ค.ศ.1945 ชาร์ล ลอง นักฟิสิกส์อังกฤษ บอกว่าโลกจะพินาศ ซึ่งในระยะเดียวกันนั้น บังเอิญเกิดดาวหางบ่อยๆเกิดสุริยคราสและจันทราคราส บ่อยๆ
น้ำท่วมเป็น ประจํา แผ่นดินไหวถี่ผิดปกติ จึงเป็นเหตุผลที่ชาวโลกควรเชื่อ แต่ก็ผิดพลาดหนักเข้าไปอีก

ค.ศ.1975 กลุ่มชาวคริสต์ออกมาทํานายว่าปีนี้โลกจะพินาศ หลังจากทายผิดติดต่อกันมาแล้ว 10 ปี

ค.ศ.1996 ไมเคิล ดรอสนินท์และเอลิยา ริปป์ ตีความไบเบิ้ลโค้ด แล้วบอกว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3ในวันที่ 25 กรกฏาคม …แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นไมเคิลและริปป์จึงบอกว่า สงครามโลกครั้งที่3และภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นแน่ แต่เลื่อนไปในปีค.ศ.1999

ค.ศ.1999 นอสตราดามุส บอกว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3… นอกจากนอสตราดามุสแล้ว ยังมีไมเคิลกับริปป์ที่หน้าแหกเป็นเพื่อนอีกตั้งหาก

ค.ศ.2000 ดาวเคราะห์เรียงตัวกันในวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้คนบนโลกเชื่อว่าโลกจะแตก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ค.ศ.2003 กลุ่มที่เชื่อเซคาริยาห์อ้างว่าดาวนิบิรุจะโคจรมาใกล้โลกก่อเกิดภัยพิบัติ ที่ญี่ปุ่นมีกลุ่มคนพากันเข้าป่า เตรียมเสบียงแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กันยายน 2005 – สิงหาคม 2006กลุ่มไบเบิ้ลโค้ดเชื่อว่า จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3ตามที่คัมภีร์ทํานายว่าจะเกิดใน สิงหาคม 2006 แต่ก็ผิดอีก..

ค.ศ. 2009 เชื่อว่านิบิรุจะเฉี่ยวโลกในปี 2012 จะเกิดโน่นเกิดนี่ บลาๆๆๆๆ แล้วรอดูกัน

ปล. ผมไปดู 2012มา เลยมาดูว่ามีคนมาทำนายกันกี่ครั้งแล้ว ผมก็เลยเอามาฝาก

ที่มาจาก fwdder



http://www.iguru.in.th เว็บ กูรู guru สารานุกรม ความรู้ บทความ หาเพื่อน แชท เกม แฟชั่น บันเทิง

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สแปม (Spam) คืออะไร

สแปม (Spam) คืออะไร

สแปม (Spam) คือ การส่งอีเมลที่มีข้อความโฆษณาไปให้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้รับ การสแปมส่วนใหญ่ทำเพื่อการโฆษณาเชิงพาณิชย์ มักจะเป็นสินค้าที่น่าสงสัย หรือการเสนองานที่ทำให้รายได้อย่างรวดเร็ว หรือบริการที่ก้ำกึ่งผิดกฏหมาย ผู้ส่งจะเสียค่าใช้จ่ายในการส่งไม่มากนัก แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้รับอีเมลนั้น

เมื่อคุณได้รับ อีเมลที่มีหัวข้อเช่น “Make Money from Home” หรือ ?XXX Hot SEXXXY Girls” ถ้าอีเมลเหล่านี้ส่งมาจากคนที่คุณไม่รู้จัก แน่นอนว่าคุณไม่ต้องการรับอีเมลเหล่านี้แน่ ๆ เพราะมันจะทำให้คุณเสียเวลา ค่าใช้จ่าย แบนด์วิดธ์ และพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ในการดาวน์โหลดอีเมลเหล่านี้มาอ่าน ถึงแม้จะไม่มีวิธีที่จะกำจัดอีเมลเหล่านี้ได้ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คุณก็สามารถทำบางอย่างเพื่อปัองกันจดหมายขยะที่น่ารำคาญเหล่านี้ได้

ไซ ต์ ในอินเทอร์เน็ตหลาย ๆ ไซต์ที่ได้เงินจากการขายรายชื่อที่อยู่อีเมลให้กับผู้ส่งจดหมายขยะ (spammer) มีเว็ปไซต์หนึ่งที่ขายที่อยู่อีเมล 1 ล้านรายชื่อเพื่อเงินเพียง 59.95 ดอลลาร์ ส่วนอีกเว็ปไซต์หนึ่งขายซีดีที่มีรายชื่ออีเมล 15 ล้านชื่อเพื่อเงิน 120 ดอลลาร์

ทำไมจดหมายขยะถึงเพิ่มขึ้นทุกวัน ?

ผู้ ส่งจดหมายขยะจำเป็นต้องส่งไปจำนวนมาก ๆ เพราะเครื่องมือในการป้องกันจดหมายขยะฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ และผู้ส่งเองก็มีวิธีใหม่ ๆ ในการค้นหาที่อยู่อีเมลและวิธีการหลบหลีกการป้องกันจากจดหมายขยะด้วย นอกจากนี้ การทำการตลาดทางอีเมลยังมีค่าใช้จ่ายถูก ในสหรัฐ ฯ ผู้ส่งอีเมลขยะจ่ายน้อยกว่าหนึ่งเพนนีต่อ อีเมลหนึ่งฉบับ ถ้าเปรียบเทียบกับการทำการตลาด ผู้ส่งจ่าย 1 ดอลลาร์สำหรับขายสินค้าทางโทรศัพท์ และ 75 เซ็นต์สำหรับการส่งจดหมายทางไปรษณีย์

spammer รู้ที่อยู่อีเมลของพวกเราได้อย่างไร

1. spammer ใช้โปรแกรมที่เก็บรวมรวมที่อยู่อีเมลโดยอัตโนมัติที่เรียกว่า Bot หรือ robot ที่สามารถ สแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อหาที่อยู่อีเมล วิธีการหนึ่งที่ใช้เพื่อป้องกันวิธีนี้คือการใช้ที่อยู่อีเมลแจกฟรีแบบ web based email (อย่าง Hotmail.com หรือ yahoo.com เป็นต้น) แล้วจึงเก็บ POP mail ไว้สำหรับคนรู้จักและครอบครัวเท่านั้น วิธีนี้ไม่สามารถป้องกันสแปมได้ทั้งหมด แต่ก็สามารถป้องกัน bot ไม่ให้รู้ที่อยู่อีเมลหลักของคุณได้

ถ้าคุณมีเว็ปไซต์ของคุณเอง อย่าทำ hyperlink ให้กับ email address เพราะ spammer สามารถ ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า spiders เพื่อรวบรวมเว็ปที่มี email address อยู่ โดย spiders สามารถไปตามลิงค์ต่าง ๆ และรวบรวมลิงค์ mailto คุณควรทำที่อยู่อีเมลของคุณให้เป็น text แทน เพื่อไม่ให้ spiders สามารถทำงานได้ ถ้าผู้ที่ต้องการส่งอีเมลถึงคุณ เขาจะไม่รังเกียจที่จะพิมพ์ที่อยู่อีเมลลงไปในโปรแกรมส่งอีเมลด้วยตัวเขาเอง

นอก จากนี้การส่งข้อความเข้าไปใน newsgroup โดยบอกที่อยู่อีเมลของคุณไปด้วย ทำให้ bots สามารถค้นหาที่อยู่อีเมลใน newsgroupได้ จดหมาย Spam ที่คุณได้รับบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณส่งข้อความของคุณไปที่ newsgroup ใด เช่น ถ้าคุณส่งข้อความเข้าไปที่ Alt.DVD คุณอาจได้รับอีเมลที่ให้ข้อเสนอที่เกี่ยวกับ DVD

ด้วยเหตุนี้ผู้คน ส่วนใหญ่จึงไม่ได้ใช้ที่อยู่อีเมลจริง ๆ หรือคุณอาจใช้วิธีเพิ่มตัวอักษรเข้าไปในท้ายที่อยู่เพื่อหลอก bot เช่น ถ้าคุณมีที่อยู่อีเมลคือ user@XYZ.netอีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน คุณสามารถบอกที่อยู่อีเมลเป็น user@XYZ.REMOVE.netอีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน แล้วจึงบอกในข้อความนั้นให้ผู้อ่านรู้ว่าให้นำคำว่า “REMOVE” ออกไปเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง (วิธีอื่น ๆ ที่คุณสามารถใช้เพื่อหลีกเลี่ยง bot เมื่อคุณจำเป็นต้องใส่ที่อยู่อีเมลในอินเทอร์เน็ต เช่น การเพิ่มช่องว่างเข้าไป เช่น ?user @ hotmail.com? หรือการเปลี่ยน @ เป็น at เช่น ?user at hotmail.com? เป็นต้น)

ก่อนที่คุณจะโพสต์ที่อยู่ อีเมลของคุณใน newsgroup หรือเว็ปไซต์ใด ๆ หรือการสำรวจข้อมูลใด ๆ ก็ตาม คุณควรสมัคร free email account อีกแห่งหนึ่ง ที่ไม่ใช่อีเมลหลักของคุณ ใช้อีเมลหลักของคุณสำหรับ คนที่คุณสามารถเชื่อถือได้เท่านั้น

ที่ เว็ปไซต์ http://www.u.arizona.edu/~trw/spam/ มีสคริปท์แจกฟรีที่คุณสามารถใช้เพื่อเข้ารหัสที่อยู่อีเมลของคุณเพื่อไม่ให้ bot สามารถหาที่อยู่อีเมลของคุณได้

2. ถ้าคุณได้รับจดหมายลูกโซ่ อย่างเช่น “ส่งอีเมลนี้ต่อไปให้คนสิบคนแล้วไมโครซอฟท์จะส่งเช็คมูลค่า 1000 ดอลลาร์มาให้คุณ” ถ้าคุณเคยได้รับอีเมลที่มีรายชื่อผู้รับจำนวนมาก อย่าส่งต่ออีเมลเหล่านี้เนื่องจาก ที่อยู่อีเมลของคุณจะติดไปพร้อมกับอีเมลเหล่านี้

เมื่อคุณได้รับอี เมลลูกโซ่มาจากแหล่งที่ไม่รู้จัก บอกว่า “โปรดตอบจดหมายนี้ โดยมีหัวข้อตอบกลับว่า Remove เพื่อยกเลิกรับการเป็นสมาชิกแจ้งข่าวสารทางอีเมล” คุณไม่ควรตอบอีเมลนี้ เพราะการส่งอีเมลนี้ใช้เพื่อพิสูจน์ว่าที่อยู่อีเมลนี้มีจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ส่งอีเมลขยะเอง

3.เมื่อคุณป้อนที่อยู่อี เมลในฟอร์มของเว็ปไซต์เพื่อสมัครบริการของเว็ปนั้น ถึงแม้ว่าเว็ปไซต์นั้นสัญญาว่าจะเก็บที่อยู่อีเมลไว้เป็นความลับ แต่ดูเหมือนคำสัญญาไม่ได้ป้องกันให้บริษัทเหล่านั้นเปิดเผยข้อมูลให้บุคคล ที่สามได้เลย มีคนหนึ่งที่เคยสมัครกับเว็ปไซต์ประเภท joke of the day โดยบอกที่อยู่อีเมลแบบ web based ไป เป็นครั้งเดียวที่เขาได้สมัครเพื่อขอใช้บริการเว็ปในอินเทอร์เน็ต ภายในหนึ่งสัปดาห์ต่อมาเขาได้รับจดหมายขยะ มีตั้งแต่เรื่อง “Make A Million $$$” ไปจนถึง How To Keep Women Happy

4.การใช้คำทั่ว ๆ ไป (เช่นเป็นคำใน dictionary) เป็นชื่อแอกเคาท์ช่วยให้ผู้ส่งจดหมายขยะสามารถเดาชื่อเหล่านี้และส่งไปได้ วิธีการแก้ไขคือการใช้ชื่อแอคเคาท์ที่สะกดผิด จะช่วยให้ผู้ส่งจดหมายขยะยากที่จะคาดเดาชื่อแอคเคาท์และส่งอีเมลมาแบบไม่ เลือกได้

5.ไซต์ที่มีบริการที่ให้คุณสามารถส่ง greeting cards ไปยังคนอื่น ๆ บางแห่งจะเก็บรวบรวมที่อยู่อีเมลไว้ แล้วเก็บไว้หรือขายให้กับผู้ส่งจดหมายขยะ

6.การขโมยข้อมูล โดยการสร้างเว็ปไซต์ที่จริง ๆ แล้วไม่ได้ใช้ http protocol แต่ใช้ anonymous ftp แทน มีเว็ปบราวเซอร์หลาย ๆ ตัวจะส่งที่อยู่อีเมลแทนรหัสผ่าน เพื่อเข้าไปใน anonymous ftp

ที่มา: http://www.colorpack.net/host-articles/cms-web-tip/what-is-apam.html


http://www.iguru.in.th เว็บ กูรู guru สารานุกรม ความรู้ บทความ หาเพื่อน แชท เกม แฟชั่น บันเทิง

ไอโฟน 4 เร็วกว่าไอโฟน 3GS แค่ไหน?

ไอโฟน 4 เร็วกว่าไอโฟน 3GS แค่ไหน?


http://www.iguru.in.th เว็บ กูรู guru สารานุกรม ความรู้ บทความ หาเพื่อน แชท เกม แฟชั่น บันเทิง ดารา ผู้หญิง

6 วิธีเด็ดเคล็ดแสนง่าย ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

6 วิธีเด็ดเคล็ดแสนง่าย ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

สวัสดีค่ะน้องๆ สำหรับ Share Our Earth ฉบับนี้พี่มี 6 เคล็ดลับดีๆ มาฝาก สำหรับน้องทุกคน เป็นเคล็ดลับการรักษาสิ่งแวดล้อมแบบง่ายๆ ทำได้สบายในชีวิตประจำวัน ลองดูนะคะ 6 เคล็ดลับนี้จะเป็นอะไรบ้าง ไปกันเลย…

1 ใช้ผ้าแทนกระดาษทิชชู
น้องๆทราบไหมคะ ว่า ในแต่ละปีเราใช้กระดาษทิชชูเช็ดมือ เช็ดหน้ากันหลายล้านฟุต นั่นหมายถึงการโค่นต้นไม้จำนวนมากมาย ร่วมกันใช้ผ้าเช็ดสิ่งสกปรก เช็ดน้ำที่หก ฝุ่น สิ่งต่างๆแทนการใช้ทิชชูดีกว่านะคะ

2 ใช้ถุงพลาสติกซ้ำกันหลายครั้ง
ถุงพลาสติกเช่นกันนะคะ ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งนี่น่าเสียดาย เก็บไว้ใช้หลายๆที หรือจะทำความสะอาดตากให้แห้งแล้วใช้ใหม่ก็ยิ่งดีใหญ่เลย

3 แยกทิ้งเศษกระดาษจากขยะอื่น
อย่าเพิ่ง สงสัยกันค่ะ เจ้ากระดาษเนี่ย ถ้าเลอะไขมัน หรือเศษอาหารแล้ว จะไม่สามารถนำกลับไปผลิตใช้ใหม่ได้นะ

4 น้ำสะอาดมาจากน้ำใต้ดิน อย่าทิ้งขยะลงผิวดินนะคะ
น้ำ สะอาดที่เราใช้ประโยชน์ดื่มกิน ส่วนใหญ่นั้น มาจากน้ำใต้ดิน หากเราทิ้งขยะบนผิวดิน หรือทำให้ผิวดินเน่านั้น เมื่อฝนตกก็จะชะล้างความเป็นพิษและสิ่งโสโครกลงสู่น้ำใต้ดิน ทำให้ใต้ดินเน่าเสียได้นะคะ

5 ปิดเตาอบก่อนอาหารสุก
ปิดเตาอบก่อนอาหาร สุกประมาณ 2-3 นาทีอาหารก็ยังสุกได้ เพราะความร้อนในเตายังคงมีอยู่เพียงพอที่จะทำให้อาหารสุกนะคะ
6 หมั่นปัดฝุ่นจาก หลอดไฟ
ทราบไหมเอ่ยว่าสิ่งสกปรกหรือฝุ่นที่เกาะอยู่บน ส่วนของผิวหลอดไฟนั้นสามารถลดความสว่างของแสงที่ส่งออกมาจากหลอดไฟไปถึง 33% รีบปัดฝุ่นจากหลอดไฟกันเร็ว
เป็นยังไงกันบ้างคะ 6 ข้อทั้งหมด มีใครทำอยู่บ้างแล้วเกินกว่าครึ่งเอ่ย ยกมือหน่อยเร็ว เก่งมากเลยนะคะ นอกจากจะนำไปปฏิบัติแล้ว อย่าลืมเล่าให้คุณพ่อคุณแม่และเพื่อนๆฟังด้วยนะคะ เราทุกคนจะได้ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Junior Mag


http://campus.sanook.com






http://www.iguru.in.th เว็บ กูรู guru สารานุกรม ความรู้ บทความ หาเพื่อน แชท เกม แฟชั่น บันเทิง ดารา ผู้หญิง