www.onairnetwork.net : รับวางโค,รับวางโคโล,รับวาง servr, โคโลเคชั่น , เครื่องเช่า , รับออกแบบเว็บไซต์ รองรับระบบ SEO , ตัวแทนจำหน่าย DELL , Colocation Server , Dedicated Server , Datacenter space rental , Thai Colocation , Thai Dedicated server
วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553
MAMBO คืออะไร
ImageMAMBO เป็นระบบบริหารจัดการเว็บ ไซต์ (Content Management System : CMS) ประเภท Open Source ที่ เป็น Free Software ภายใต้ลิขสิทธิ์ประเภท GNU/GPL ที่ ใช้งานง่าย มีส่วนประกอบสำหรับใช้งานหลากหลายและสามารถพัฒนา โปรแกรมเพิ่มเติมในรูปแบบ Component หรือ Module ได้ ตามความต้องการของผู้ใช้งาน และ สามารถกำหนดหรือตกแต่งรูปแบบของเว็บไซด์ (Theme) เพิ่ม เติมได้ตามความต้องการ การส ร้างเว็บไซต์ ด้วยโปรแกรม MAMBO นี้ จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและใช้ต้นทุนในการพัฒนาไม่สูงมากนักจึงเหมาะ สำหรับนำมาใช้ในหน่วยงานหรือธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีงบประมาณไม่มาก นักแต่ต้องการมี Website ที่มี คุณสมบัติครบถ้วนเหมือนกับองค์กรใหญ่ๆ นอก จากนี้ผู้ดูแลเว็บไซต์ สามารถ กำหนดโครงสร้างในแสดงข้อมูลของเว็บไซต์ในส่วนของการจัดตำแหน่ง Module ต่างๆ ในหน้าของเว็บไซต์และสามารถการกำหนดโครงสร้างหมวดหมู่ของบทความที่ต้องการ แสดงและสามารถสร้างเนื้อหาบทความต่างๆ ได้ อย่างไม่จำกัดจำนวนหน้า ได้ด้วยตัวเองผ่านโปรแกรมบริหารจัดการ Website แบบอ อนไลน์ นอกจากนี้ MAMBO สามารถ เพิ่มเติมฟังก์ชั่นอื่น ๆ เข้าไปยังระบบได้ เช่น ระบบซื้อ-ขายสินค้าออน์ไลน์ , มี เดียแกลเลอรี่ , กระดานพูด-คุย ซึ่ง ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้เองผ่านหน้าผู้ดูแลระบบออนไลน์
ความสามารถเบื้องต้นของ MAMBO
*
รอง รับการใช้งานหลายภาษา
*
รอง รับการใช้งาน wysiwyg editor ทำให้สามารถสร้างเนื้อหา/บทความ ได้ง่ายเหมือนทำงานกับโปรแกรม MS-Word
*
ระบบจัดการเนื้อหา/บทความ ( Content Management)
*
ระบบจัดการข้อมูลการติดต่อ( Address Book)
*
ระบบจัดการสมาชิก/ระบบส่ง Mail สำหรับ สมาชิก ( Member System)
*
ระบบจัดการรูปภาพและมัลติมีเดียไฟล์ ( Media Galleries)
*
ระบบจัดการกระดานข่าว( Web Board)
*
ระบบจัดการสมุดเยี่ยม ( Guest Book)
*
ระบบจัดการเอกสาร/ระบบจัดการการ Download แฟ้ม ข้อมูล
*
ระบบ แบบสำรวจความคิดเห็น( Poll)
*
ระบบจัดการป้ายโฆษณา( Banner)
*
ระบบจัดการ WEBSITE สำหรับ ผู้ดูแลระบบ ( Administration System)
*
สามารถเพิ่มโปรแกรมที่ทำงานด้านต่างๆ ได้ไม่จำกัด
*
สามารถพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมโดยใช้ ภาษา PHP และ ฐานข้อมูล Mysql
สิ่งที่ต้องเตรียมในการใช้งาน MAMBO ใน การที่เราต้องการใช้โปรแกรม MAMBO นั้น สิ่ง ที่เราจำเป็นต้องมี และสำคัญมากนั้นก็คือ
*
WEBSERVER เว็บเซิฟร์ เวอร์ คือ เครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ เก็บข้อมูลของเว็บไซต์ และสามารถแสดงข้อมูลเว็บไซต์ได้โดยจะมีโปรแกรมที่ช่วยในการจัดเก็บและประมวล ผลเว็บไซต์ กระนั้นเราเองก็สามารถจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ให้สามารถสร้างเป็นเครื่อง SERVER จำลอง ได้ ด้วยใช้โปรแกรมเช่น โปรแกรม APPSERV หรือ โปรกรมอื่นๆ
*
MY SQL มาย เอสคิวแอล คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่เก็บดาต้าเบส ของโปรกรม MAMBO
*
WS_FTP_PRO หรือ โปรแกรมที่ใช้ในการ UPLOAD ไฟล์ MAMBO ของ เราขึ้นบน WEBSERVER
*
ตัวโปรแกรม MAMBO เป็น ตัวโปรแกรมที่ใช้ในการติดตั้งโปรแกรม MAMBO สามารถ ดาวน์โหลดได้ที่ HTTP://WWW.MAMBOSERVER.COM
ข้อมูล แหล่ง อ้างอิง
Mambo Thailand 2007
http://www.mambothailand.com
Mambo VS เว็บสำเร็จรูปทั่วไป
ข้อ ดี 10 ประการของการทำเว็บสำเร็จรูปด้วย Mambo เปรียบเทียบกับเว็บสำเร็จรูปทั่วไป
1.
เว็บไซต์ที่สร้างด้วย Mambo ทำให้คุณมีเว็บไซต์ของตัวเองโดยไม่ผูกติดกับเว็บไซต์ของผู้ให้บริการเหมือ นเว็บไซต์สำเร็จรูปทั่วๆ ไป
2.
ไม่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของผู้ ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป แต่มีฐานข้อมูลของตัวเอง
3.
สามารถ จัดการ Hosting และเลือก Hosting ของเว็บไซต์ตัวเองได้
4.
สามารถ จัดการโดเมนของเว็บไซต์ตัวเองได้
5.
สามารถเพิ่มขีดความสามา รถของเว็บไซต์ได้ไม่จำกัด ซึ่งปกติแล้วเว็บไซต์สำเร็จรูปทั่วไปนั้น ต้องรอผู้ให้บริการเขียนโปรแกรมเสริมให้จึงจะใช้งานได้
6.
มีโปรแกรม เสริมมากมายให้ดาวน์โหลดฟรี
7.
ติดตั้งง่าย ใช้งานง่าย สามารถบริหารจัดการเว็บไซต์ด้วยตัวเองได้ไม่ต่างจากเว็บสำเร็จรูป
8.
ประหยัด เพราะไม่เสียค่าบริการรายปี เสียค่าใช้จ่ายแค่ Hosting และโดเมนเนมในแต่ละปีเท่านั้น (ซึ่งถูกกว่าการจ่ายค่าบริการรายปีของเว็บสำเร็จรูปทั่วไป และยังสามารถเพิ่มพื้นที่เว็บไซต์ได้ด้วย)
9.
สามารถจัดการรูปแบบ เว็บไซต์ได้ตามต้องการ เช่น เพิ่ม ลด แก้ไข เมนู, เปลี่ยนเทมเพลต รวมไปถึงสามารถดาวน์โหลดเทมเพลตที่มีขายอยู่มากมายมาใช้กับเว็บไซต์ที่สร้าง ด้วย Mambo ได้ ซึ่งหากเป็นเว็บสำเร็จรูปต้องเลือกรูปแบบที่ผู้บริการมีให้เท่านั้น (และเทมเพลทที่ดาวน์โหลดฟรีก็มีมากเช่นกัน)
10.
Mambo เหมาะสำหรับการนำไปใช้กับเว็บไซต์ทุกประเภท ไม่จำเพาะเจาะจงว่าต้องนำมาใช้กับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือเว็บไซต์องค์กร เท่านั้น
Link: http://www.idesign.in.th/us/categoryblog.html
Joomla! คืออะไร
Joomla! คืออะไร
“Joomla!” โปรแกรม open source ที่เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Web Content Management Systems: CMS) ซึ่งถูกพัฒนาด้วย PHP และใช้ฐานข้อมูลของ MySQL ในการเก็บข้อมูล มีเทคนิคการเขียนโปรแกรมขั้นสูงภายใต้มาตรฐาน XHTML สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์มที่รองรับ PHP และ mySQL ทั้งนี้ Joomla! ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทีมพัฒนาที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยระยะเริ่มต้น Joomla! ได้มุ่งเน้นเพื่อใช้ในการพัฒนา Coporate Website หรือเว็บไซต์ของบริษัทและองค์กรต่างๆ รวมไปถึงเว็บ Intranet ภายในหน่วยงาน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของรูปแบบที่ดูเป็นสากล รวมถึงความง่ายต่อการใช้งานของทั้งผู้พัฒนาและผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจาก CMS ทั่วไป ตรงที่คุณสามารถออกแบบและสร้างหน้าตาของเว็บไซต์ (Template) ได้ตามต้องการ
และเนื่องจากการพัฒนา Joomla! ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องมือเสริมหลายตัวที่ช่วยในการนำไปใช้สร้างเว็บไซต์ได้ หลายประเภทมากขึ้น อาทิ การสร้างเว็บไซต์เชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce การสร้างเว็บท่า (Portals) การสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้เป็น Community และเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้
หากคุณต้องการที่จะสร้างเว็บ ไซต์ แต่ไม่เคยรู้ว่าจะทำได้อย่างไร Joomla! สามารถช่วยได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรมอย่าง HTML, XML, DHTML, PHP หรือแม้แต่ mySQL ซึ่งคุณสามารถเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเนื้อหา โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการแก้ไขโปรแกรม รวมถึง Joomla! ยังไม่มีขีดจำกัดในเรื่องของการออกแบบ ทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ของคุณได้สวยงามตามต้องการ
ประสิทธิภาพ และความสามารถของ Joomla!
ประโยชน์หลักของ “Joomla!” คือ การทำให้คุณสามารถจัดการกับเนื้อหาหรือข้อความ (Content) ได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บ โดยผู้บริหารเว็บหรือผู้ดูแลเว็บไซต์ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านโปรแกรมเช่น HTML ในการอัพเดทเว็บ เพราะ Joomla! มี editor ออนไลน์ เช่น WYSIWYG editor ไว้เพื่อการจัดรูปแบบข้อความตัวอักษร (Text) และรูปภาพ ยิ่งกว่านั้นคุณไม่จำเป็นที่ต้องอัพโหลดเอกสารด้วยโปรแกรม FTP เพียงแค่คลิกปุ่ม save หรือ apply หน้าเว็บของคุณก็จะออนไลน์เตรียมพร้อมรับผู้เข้าชมที่จะเข้ามาดูในเว็บของ คุณได้ทันที
เราสามารถใช้ Joomla! กับเว็บไซต์ได้หลากหลายประเภท เช่น
• เว็บท่า (Portals)
• เว็บไซต์ เชิงพาณิชย์ (Commercial web sites)
• เว็บไซต์ที่ใช้ในองค์กร (Intranet web sites)
• เว็บไซต์ที่ไม่แสวงหากำไร (Non-Profit web sites)
• เว็บไซต์ส่วนตัว (Personal web sites)
• เว็บไซต์ที่สร้าง จาก Flash (Integrated flash sites)
• อัพเดทเว็บไซต์ด้วยข่าว บทความ และรูปภาพ
• ง่ายต่อการสร้างเนื้อหาของคุณด้วยเมนู เช่น ผลิตภัณฑ์ > ฮาร์ดแวร์ > เครื่องเล่นดีวีดี หรือ ผลิตภัณฑ์ > ฮาร์ดแวร์ > เครื่องเล่นซีดี
• อัพโหลด MS Word, MS Excel และ Acrobat PDF เพื่อให้ดูเอกสารได้
• จัดการ Banner เช่น โฆษณา
• สร้าง โพล (แบบสำรวจ)
• จัดการเว็บลิงค์
• จัดการ FAQ
• จัดการข่าวที่ อยู่ในรูป flash
• จัดการกับ multi media flash, และไฟล์รูปภาพ .jpg, pif, bmp และ .png
• จัดการกับการป้อนข่าวจากแหล่งข่าวที่มาจากเว็บไซ ต์ต่างๆ
• จัดการกับ contact และ อีเมล์ จากหน้าต่างๆ
• ให้ระดับการ เข้าถึงข้อมูล (access) กับผู้ใช้
• จัดการหน้า Archive
• จัดการ components, modules และ templates ที่พัฒนาขึ้นมาเพิ่มเติม เช่น e-commerce, forums, รูปภาพ, ปฏิทิน และกำหนดการ, help desk เป็นต้น
Link: http://www.idesign.in.th
Wordpress คืออะไร
Wordpress คืออะไร
สำหรับใครหลายคนที่มี บล็อกเป็นของตัวเองแล้วคงไม่รู้ Wordpress เพราะว่าเป็น CMS ที่นิยมในการสร้างบล็อกมาที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ครับ เพราะไปไหนมาไหนก็เจอแต่ Wordpress หลายคนอาจจะไปทำการดัดแปลงเพื่อเหมาะสมกับเว็บไซต์ตัวเองที่เราต้องการก็ได้
สำหรับ Wordpress ก็คือ CMS ตัวหนึ่งที่มีความสามารถในการสร้างบล็อกโดยเฉพาะ โดยระบบการจัดการที่ง่ายสะดวกต่อการใช้งาน จึงเป็นที่นิยมอยู่ในขนาดนี้ ซึ่ง wordpress นี้มีความสามารถในการทำ SEO ดีกว่า CMS ทั้งวิศวะทาง Google ก็ได้บอกว่าเป็น CMS ที่สามารถในการค้นหาพร้อมทั้งง่ายต่อการเก็บข้อมูลด้วย
นอกจากนี้ เวิร์ดเพรสส์ยังได้แตกหน่อออกมาเป็น เวิร์ดเพรสส์MU เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้สร้างเว็บบล็อก เพื่อให้ผู้อื่นใช้งานได้อีกด้วย ซึ่งระบบของ เวิร์ดเพรสส์MU นั้น ได้มีการปรับปรุงให้รองรับกับผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้นกว่า เวิร์ดเพรสส์ในรุ่นปกติ
ปัจุจบันได้มีการ แก้ไขโค้ดของ เวิร์ดเพรสส์เพื่อใช้ในการให้บริการพื้นที่สร้างบล็อกด้วย
link: http://www.comsimple.com